ธนาคารกรุงศรีพักชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ ปี 2564 ช่วยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ



ธนาคารกรุงศรีพักชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ ปี 2564 ช่วยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ

2021 มาตราการพักชำระหนี้ช่วยเราจริงหรือเปล่า?

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ระยะที่ 2 (2564)

เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ
โครงการนี้สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั้งทางตรงและทางอ้อมเท่านั้น
ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณามาตรการช่วยเหลือตามผลกระทบที่ลูกค้าได้รับ แล้วแต่กรณี
ไม่เป็นสินเชื่อค้างชำระเกิน 90 วัน ก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2563 ยกเว้น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อ ขนาดย่อม (SME) สามารถติดต่อธนาคารได้ทุกรายแม้ว่าจะค้างชำระเกิน 90 วันก็ตาม

ลูกค้าบุคคล
(สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อส่วนบุคคล, บัตรเครดิต และ สินเชื่อรถยนต์)

ลูกค้าธุรกิจ (ธุรกิจรายย่อย, SME และ ธุรกิจขนาดใหญ่)

ลูกค้าบุคคล (สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อส่วนบุคคล, บัตรเครดิต และ สินเชื่อรถยนต์)
เลือกมาตรการช่วยเหลือได้เพียง 1 มาตรการเท่านั้น ได้แก่
1.มาตรการพักชำระหนี้
2.มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ลูกหนี้รายย่อยด้วย วิธีการรวมหนี้

1.มาตรการพักชำระหนี้ (สินเชื่อบ้าน,สินเชื่อส่วนบุคคคล)

พักการชำระเงินต้น สูงสุด 3 เดือน
พักการชำระหนี้ เงินผ่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน

(สินเชื่อส่วนบุคคล)
ปรับลดจำนวน เงินผ่อนชำระค่างวด อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 30% ของค่างวดเดิม
เปลี่ยนจากวงเงินหมุนเวียน เป็นผ่อนชำระค่างวด สูงสุดไม่เกิน 48 เดือน

เงื่อนไขการเข้าร่วมโปรแกรม
โปรแกรมนี้สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เท่านั้น
ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณามาตรการช่วยเหลือตามผลกระทบที่ลูกค้าได้รับ แล้วแต่กรณี
ไม่เป็นสินเชื่อค้างชำระเกิน 90 วัน ก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2563
หมายเหตุ : เฉพาะสินเชื่อบ้าน และสินเชื่อส่วนบุคคล

การพักชำระหนี้ ไม่มีผลใดๆ ต่อการรายงานข้อมูลการใช้สินเชื่อที่ส่งรายงานให้กับบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (ข้อมูลเครดิตบูโร) สำหรับลูกค้าที่ค้างชำระไม่เกิน 90 วัน

2.มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ลูกหนี้รายย่อยด้วย วิธีการรวมหนี้

1.สามารถเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564
2.เฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภาระเศรษฐกิจอันเกิดจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
3.ผู้เข้าร่วมโครงการต้องมีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (เฉพาะสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรีไฟแนนซ์) อยู่กับธนาคาร และมีสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่น อาทิ บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ หรือสินเชื่อที่เกิดจากการให้เช่าซื้อ ซึ่งไม่เป็นหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) หรือไม่เป็นหนี้ที่ค้างชำระเกินกว่า 90 วัน

4.สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีอยู่กับธนาคารจะต้องมีการจดทะเบียนจำนองหลักประกันก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2563 และมีสถานะทางบัญชีเป็นบัญชีปกติ

5.ธนาคารจะดำเนินการรวมหนี้ด้วยวิธีการรวมยอดเงินต้นคงค้างของสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่นเท่านั้น สำหรับดอกเบี้ยค้างรับของสินเชื่อรายย่อยดังกล่าวจะไม่ถูกนำมารวมหนี้

#พักชำระหนี้2564 #กรุงศรีพักชำระหนี้ #ธนาคารกรุงศรี #พักชำระหนี้ #พักชำระหนี้รอบ2 #พักหนี้